July 25, 2014, 07:42:24 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
 
News: SMF - Just Installed!
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: โครงสร้างร่างกายของสุนัข  (Read 2956 times)
« on: August 27, 2010, 04:07:15 PM »

minifc says:
เรามาเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานทางพันธุืกรรมของสุนัขกันดีกว่า
เริ่มกันที่ โครงสร้างทางร่างกาย

สุนัขก็เหมือนกับสัตว์ล่าเนื้อเป็นส่วนใหญ่ พวกมันมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
มีระบบการทำงานของหัวใจที่ทรหดอดทนเพื่อที่รองรับการวิ่งด้วยความ
เร็วสูง มีฟันที่แข็งแรงสามารถจับ ฉีก ได้เป็นอย่างดี

โครงกระดูกของบรรพบุรษของสุนัขถูกออบแบบมาให้วิ่งและกระโดด ขา
ของมันถูกออกแบบมาให้ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วเพื่อการล่า เพื่อการ
กระโดดตระครุบ พวมกันมีขาที่เล็กกระชับ โดยพลังทั้งหมดจะมาจากขาหลัง
ของพวกมัน โดยขาหลังจะมีความแข็งแรง ส่วนขาหน้าจะมีความยืดหยุ่นมี
เพียงกล้ามเนื้อที่ใช้พยุงแนบติดกับลำตัวเท่านั้น  
 
สำหรับสุนัขแล้วพวกมันมีกระดูกที่เชื่อมติดอยู่บริเวณหัวไหล่ ซึ่งตรงข้ามกับ
คนเรา (ของคนจะมีกระดูกคอเชื่อมกับกระดูกหัวไหล่) ทำให้พวกมันสามารถ
วิ่งได้เร็วและกระโจนได้เป็นอย่างดี พวกมันมีกรงเล็บที่ช่วยยึดเกาะขณะที่วิ่ง
หรือเดิน แต่ในสุนัขหลาย ๆ สายพันธ์ก็ไม่ได้กางเล็บออกในเวลาเดินหรือวิ่ง
ทำให้พวกมันมีเล็บที่ยาวเกินไป จำเป็นจะต้องตัดออกให้อยู่ในขนาดที่เหมาะ
สมเพื่อความปลอดภัย

« Last Edit: September 03, 2010, 10:10:52 AM by minifc » Logged
« Reply #1 on: August 27, 2010, 04:15:57 PM »

minifc says:
บรรพบุรุษของสุนัขในอดีตมีขนาดตัวเทียบเท่ากับสุนัข "ดิงโก้" ของออสเตรเลีย
พวกมันจะหยุดการเจริญเติบโตทางโครงสร้างเมื่ออายุประมาณ 10 เดือน ในขณะ
ที่พวกสุนัขจำพวกทอยด๊อก (Toy Dog Breeds) จะหยุดการเจริญเติบโตทาง
โครงสร้างประมาณ 2 - 3 เดือนเท่านั้น ในขณะที่สุนัขสายพันธ์ใหญ่อย่าง "มัสตรีฟ"
จะหยุดการเจริญเติบโตทางโครงสร้างราว ๆ 16 - 18 เดือน
การเรียนรู้เรื่องโครงสร้างสุนัขจะช่วยให้คุณเข้าใจในการทำสุนัขประกวด ไม่ว่าจะ
เป็นเรื่องการเดิน การยืน ที่ถูกลักษณะโครงสร้างของสุนัข
« Last Edit: September 03, 2010, 10:11:48 AM by minifc » Logged
« Reply #2 on: August 27, 2010, 05:00:00 PM »

minifc says:
ขนาดของสุนัข
ในอดีตนักวิจัยได้ึค้นพบว่าในอดีตสุนัขมีขนาดตัวที่เล็ก สืบเนื่องจากการถ่ายทอดทาง
พันธุกรรมหรือยีนส์เป็นส่วนประกอบหลักในการเจริญเติบโตของโครงสร้างของสุนัข
จนกระทั่งในปี 2007 มีการตีพิมพ์ว่า อนุกรม IGF1 หรือเรารู้จักกันในนามของ
โครโมโซม IGF1 ในร่างกายสุนัขมีผลต่อการเจริญเติบโตทางโครงสร้างของสุนัข
(ไม่ใช่ยีนส์เพียงอย่างเดียว) โดยโครโมโซมตัึวนี้จะมีเฉพาะสุนัขที่มีขนาดเล็กเท่านั้น
สำหรับสุนัขที่มีขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ จะไม่มีอนุกรม IGF1 ตัวนี้ แม้แต่ใน สุนัข
พันธ์ "ร็อดไวเลอร์" ก็ยังมีโครโมโซมชนิดนี้เลย และจากจำนวนสุนัข 3,241 ตัว จาก
143 สายพันธ์ ที่เราทำการสำรวจ เราพบว่าในอดีตสุนัขมีขนาดตัวที่เล็ก
  
สำหรับสายพันธ์สุนัขในปัจจุบันที่คุณเห็นจะมีขนาดตัวที่แตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะ
เป็นรูปร่าง ขนาด พฤติกรรม แต่อย่างหนึ่งที่พวกมันเหมือนกันคือ มันเป็นสัตว์ที่ล่าสัตว์
พวกมันมีฟันที่คม กรามที่แข็งแรง สำหรับการโจมตี ฉีก จับ อาหาร แม้ว่าพวกมันจะมี
รูปร่างลักษณะภายนอกที่ดูแตกต่างกันตามแต่ละสายพันธ์แต่พวกมันก็ยังคงลักษณะ
พื้นฐานตามที่บรรพบุรุษของมันได้สืบทอดรุ่นต่อรุ่น นั่นคือ กล้ามเนื้อที่ทรงพลัง มีระบบ
การหายใจที่รองรับการวิ่งด้วยความเร็วสูงและอึด มีฟันที่ใช้ในการไล่จับและฉีกเหยื่อ
« Last Edit: September 03, 2010, 10:14:27 AM by minifc » Logged
« Reply #3 on: August 27, 2010, 06:31:30 PM »

minifc says:
การมองเห็น
จะกล่าวว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่ตาบอดสีพวกมันจะมองเห็นเฉพาะสีแดงกับสีเขียว
เท่านั้น แต่ละสายพันธ์ก็มีความแตกต่างด้านการมองเห็นไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
มุมองศาหรือความชัดในการมอง พวกมันยังมีความแตกต่างกันในเรื่องของ
เรติน่า สุนัขที่มีจมูกที่ยาวจะมีมุมมองที่กว้างในทางกลับกันสุนัขที่มีจมูกที่สั้น
จะมีมุมมองที่แคบกว่า (ซึ่งอันนี้เหมือนกับคนเรา) ในบางสายพันธ์สามารถ
มีมุมมองที่กว้างมากถึง 270° ซึ่งคนเราสามารถมองได้เพียง 180° เท่านั้น

การได้ยิน

สุนัขมีประสาทในการได้ยินตั้งแต่ระดับเสียง 40 Hz to 60,000 Hz. พวกมัน
สามารถจับเสียงหรือได้ยินเสียงที่ต่ำที่สุดได้ถึง 16 to 20 Hz นั้นหมายถึงพวก
มันมีประสาทในการรับฟังได้ดีกว่ามนุษย์ (มนุษย์สามารถได้ยินเสียงต่ำสุดที่ระดับ
เสียง 20 - 70 Hz) และสูงถึง 45 kHz ซึ่งเมื่อเทียบกับมนุษย์ เราสามารถทน
ฟังเสียงสูงได้เพียง13 - 20 kHz เท่านั้น และนั่นทำให้มันมีประสาทหูที่ไวมากมัน
สามารถระบุแหล่งที่มาของเสียงได้ พวกมันมีกล้ามเนื้อบริเวณหูมากกว่า 18 ชิ้น
ซึ่งสามารถปรับทิศทางของหูให้สูง ต่ำ หมุนเพื่อจับคลื่นเสียงได้ นอกจากจะสามารถ
ชี้ตำแหน่งของเสียงแล้วมันยังได้ยินตำแหน่งที่เกิดเสียงได้ หูที่ตั้งชันจะสามารถได้
ยินเสียงได้ดีกว่าหูที่ลู่ลง ให้สังเกตุสุนัขป่าหรือหมาจิ้งจอกดู พวกมันจะมีหูที่ตั้งชัน
เพราะรับฟังเสียงได้รอบทิศทาง
Logged
« Reply #4 on: August 28, 2010, 09:32:32 AM »

minifc says:
การรับรู้กลิ่น
 กลิ่นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสุนัข พวกมันได้พัฒนาการรับรู้กลิ่นได้ดีและไกล
กว่ามนุษย์ เป็น 100 เท่้า จมูกของสุนัขมีเซลส์ในการรับรู้กลิ่นถึง 220 ล้านเซล
พวกมันสามารถรับรู้กลิ่น สุนัขมีขนาดสมองที่สามารถแยกแยะกลิ่นใหญ่กว่ามนุษย์
ถึง 40 เท่า สุนัขใช้กลิ่นสำหรับการทำงานต่างๆรวมถึงการทำเครื่องหมายอาณาเขต,
ตระหนักถึงสัตว์อื่นและสื่อสารกับสุนัขอื่นๆกลิ่นตรวจพบโดย ประสาทในจมูกและตี
ความโดยสมอง นี้เหตุผลว่าทำไม พวกเราจึงใช้สุนัขในการดมกลิ่นเพื่อช่วยงานเรา
ไม่ว่าจะเป็นงานราษฎร์หรืองานหลวง ตัวอย่างเช่น ใช้สุนัขดมกลิ่นเพื่อออกล่าสัตว์ หรือ
ใช้สุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาสารเสพติด หรือตรวจหาวัตถุระเบิด เป็นต้น

เรื่องของผิวและขน
ผิวหนังของสุนัขถือเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายของสุนัข ผิวหนังทำหน้าที่ใน
การปกป้องร่างกายจากการบาดเจ็บ การติดเชื้อ และการสูญเสียความร้อนและน้ำ
โดยผิวหนังของสุนัขถูกปกคลุมด้วยขนแม้ว่าสุนัขบางสายพันธ์จะไม่มีขนหรือขน
น้อยขนช่วยในการทำให้ร่างกายของสุนัขอบอุ่นและปกป้องความเสียหายแก่ผิว
หนัง มันยังช่วยให้สุนัขดูตัวใหญ่ขึ้นเมื่อพวกมันรู้สึกว่าถูกคุกคามโดยขนจะชี้ตั้งขึ้น


บางส่วนของผิวหนังทำหน้าที่โดยเฉพาะ เช่น

    * เท้าจะถูกล้อมรอบด้วยอุ้งเท้าซึ่งบริเวณนี้จะมีความหนากว่าผิวหนังส่วนอื่น ๆ
       ของร่างกาย
    * เคราที่ยาวกว่าและหนากว่าขนอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป จะไวต่อการสัมผัสซึ่่งทำให้สุนัขสามารถ
       รับข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวได้ดี
« Last Edit: September 03, 2010, 10:18:49 AM by minifc » Logged
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to:  

Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Red N White © 2009, Runic, in association with SMF Themes.org.